counter 109,550

อะไรว๊า...

 

เวลาจะได้อะไรมา ก็ย่อมต้องเสียอย่างอื่นไปเป็นของแลกเปลี่ยน
รู้สึกว่านับวันจะยิ่งได้สัจธรรมชีวิตมากขึ้น

เมื่อก่อนเคยเป็นคนที่ตั้งข้อสงสัยว่า
ทำไมเมื่อเราจะพูดความจริง จะต้องไปกลัวคนอื่นด้วย
แต่ตอนนี้ก็เริ่มเข้าใจ ว่าคนเราไม่ยอมรับรู้และเข้าใจอะไรที่มันเป็นความจริงเสมอไปหรอก
กับบางคนแล้ว พอไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองคิดว่าควรจะเป็น ก็ไม่ยอมรับซะงั้น

ทุกครั้งแหละ ที่อยากจะอธิบายสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น แต่มันไม่ง่าย
ถ้าพูดแล้วจบ ทุกคนเข้าใจเหมือนกัน ก็คงจะดี
แต่ยิ่งพูดอะไรไปก็ยิ่งเหมือนร้อนตัว แก้ตัว
หรืออยากจะบอกอะไรใคร ก็มีแต่จะโดนหาว่า ทำตัวเป็นคนวงในไปซะอีก
ไหนจะโดนกดดันจากแหล่งข่าวอย่างนั้นอย่างนี้
ต่อให้อยากจะพูดจะบอกอะไรแค่ไหน ก็มีแต่เสียกับเสียอย่างเดียว

อย่างนี้ต้องเอาเพลงแซนแบงก์มาร้อง
"พูดก็ไม่ดี เงียบก็ไม่ดี อะไรว๊า..." (ตลกทำไม)

 


วันนี้นั่งดูรายการพาไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วก็ โอ้ว... ปีนี้จะมีสิทธิ์ได้ไปกับเค้ามั้ย
(พี่อ้อยบอกว่า แกก็เก็บตังค์สิ)
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่น่าประทับใจตรงอาหารอร่อยเนี่ยแหละ
เพราะเรามันเป็นพวกไม่ช้อปปิ้งอยู่แล้ว
พวกเครื่องบำรุงผิวอะไรแบบนี้มีเยอะนะ แต่ก็ไม่เคยมีโอกาสไปซื้อซักที
เสื้อผ้าก็ไม่ใช่ไซส์ตัวเองอีกตะหาก
สรุปแล้วไปทีไรก็เสียเงินไปกับเรื่องกินอย่างเดียว

แต่ความจริง เรามีโครงการจะซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ในห้องมากกว่า
ถ้าเก็บเงินได้จริงจังก็อยากทำห้องใหม่ให้มันน่าอยู่กว่านี้
เอาเหอะ วาดฝันไปก่อน


อะไรว๊า...

 

เวลาจะได้อะไรมา ก็ย่อมต้องเสียอย่างอื่นไปเป็นของแลกเปลี่ยน
รู้สึกว่านับวันจะยิ่งได้สัจธรรมชีวิตมากขึ้น

เมื่อก่อนเคยเป็นคนที่ตั้งข้อสงสัยว่า
ทำไมเมื่อเราจะพูดความจริง จะต้องไปกลัวคนอื่นด้วย
แต่ตอนนี้ก็เริ่มเข้าใจ ว่าคนเราไม่ยอมรับรู้และเข้าใจอะไรที่มันเป็นความจริงเสมอไปหรอก
กับบางคนแล้ว พอไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองคิดว่าควรจะเป็น ก็ไม่ยอมรับซะงั้น

ทุกครั้งแหละ ที่อยากจะอธิบายสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น แต่มันไม่ง่าย
ถ้าพูดแล้วจบ ทุกคนเข้าใจเหมือนกัน ก็คงจะดี
แต่ยิ่งพูดอะไรไปก็ยิ่งเหมือนร้อนตัว แก้ตัว
หรืออยากจะบอกอะไรใคร ก็มีแต่จะโดนหาว่า ทำตัวเป็นคนวงในไปซะอีก
ไหนจะโดนกดดันจากแหล่งข่าวอย่างนั้นอย่างนี้
ต่อให้อยากจะพูดจะบอกอะไรแค่ไหน ก็มีแต่เสียกับเสียอย่างเดียว

อย่างนี้ต้องเอาเพลงแซนแบงก์มาร้อง
"พูดก็ไม่ดี เงียบก็ไม่ดี อะไรว๊า..." (ตลกทำไม)

 


วันนี้นั่งดูรายการพาไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วก็ โอ้ว... ปีนี้จะมีสิทธิ์ได้ไปกับเค้ามั้ย
(พี่อ้อยบอกว่า แกก็เก็บตังค์สิ)
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่น่าประทับใจตรงอาหารอร่อยเนี่ยแหละ
เพราะเรามันเป็นพวกไม่ช้อปปิ้งอยู่แล้ว
พวกเครื่องบำรุงผิวอะไรแบบนี้มีเยอะนะ แต่ก็ไม่เคยมีโอกาสไปซื้อซักที
เสื้อผ้าก็ไม่ใช่ไซส์ตัวเองอีกตะหาก
สรุปแล้วไปทีไรก็เสียเงินไปกับเรื่องกินอย่างเดียว

แต่ความจริง เรามีโครงการจะซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ในห้องมากกว่า
ถ้าเก็บเงินได้จริงจังก็อยากทำห้องใหม่ให้มันน่าอยู่กว่านี้
เอาเหอะ วาดฝันไปก่อน


BYE BYE my boy

จากไปไกล ใจก็คิดถึง
โอ้ว... น้ำเน่าสิ้นดี

แต่ก็คิดถึงจริงๆนะเนี่ย

จะไม่ให้คิดถึงยังไงไหว ร่ำลาทิ้งไว้ซะน่ารักขนาดนี้

ต้องขอย้อนไปเมื่อวันก่อน
ไปส่งน้องที่สนามบิน
ก็เป็นอะไรที่กล้าๆกลัวๆ ถอยๆเข้าๆอยู่หลายรอบ
จนได้รูปเดี่ยวมองกล้องมาคนละรูป

ตอนเข้าไปขอกอล์ฟถ่าย พอถ่ายรูปแรกเสร็จ
กอล์ฟก็มาจับกล้องแล้วขอดูรูป
พอเปิดให้ดูเสร็จ กอล์ฟบอกว่า "หน้าตายได้อีกอ่ะ"
กอล์ฟก็เลยให้ถ่ายใหม่ ทำท่าเท่สุดๆ
แล้วก็ถ่ายรูปคู่กันปาย ยกเว้นตากล้อง (คือดิชั้นเอง)
ถ่ายเสร็จมีการหันมาถามว่าเดี๋ยวกอล์ฟไปเปลี่ยนเสื้อถ่ายอีกมั้ย
เหอๆ... ไม่เป็นไรจ้ะ แค่นี้ก็เกรงใจแย่แล้ว

พอไปหาไมค์ ก็โบกมือแล้วชี้ที่กล้อง
ไมค์ ก็โบกมือกลับ แล้วก็ หือ หา แบบเอ่อ..จะไม่ให้ถ่ายหรือจะแกล้ง งง
แต่ก็ให้ดันพี่วิเข้าไปถ่ายรูปคู่กับไมค์ เพราะพี่วิไม่เคยถ่ายเลย
แล้วเราก็ไม่ได้ถ่าย เกรงใจว่ะ แบบเกรงใจมากอ่ะ

จากนั้นก็เฝ้าดูน้องจนน้องเช็คอิน
พอจะไปกันจริงๆแล้ว กอล์ฟไมค์ก็หันมาบ๊ายบาย
กอล์ฟส่งจูบแถมให้อีกตะหาก ตายหมู่...

ขอบคุณจริงๆ น่ารักกันมากๆ
ขอให้ไปทำงานอย่างมีความสุขนะสุดหล่อทั้งสองคน

ป.ล. เต็มใจทำให้เสมอนะกอล์ฟ จุ๊บๆ...

 

ทีนี้ เมื่อวานไปมหิดลมา สถานที่กว้างขวาง อากาศดีน่าเรียนทีเดียวเชียว
ลองหาทางเรียนโทดีมั้ยหนอ ฮ่าๆๆ
คิดไปงั้นแหละ ไม่มีปัญญาว่ะ

เห็นเด็กนักศึกษาแล้วก็ อืม...ตูแก่แล้วแหะ
จริงๆ เมื่อวานน้องไมค์ต้องไปเรียนนี่นา แต่ก็ไปทำงานเนาะ
กลับมาจะเรียนทันมั้ยเนี่ย

จากมหิดลก็ไป RIS ต่อ
จะบอกว่า ถ้ามีลูกหลานก็คงอยากให้เรียนที่นี่นะ (เสียอย่าง ไกลไปหน่อย)
เพราะว่ามีสนามเยอะมาก กิจกรรมเยอะมาก
มันทำให้เด็กมีทางเลือก แล้วก็รู้ว่าตัวเองสนใจอะไรมากขึ้น
บางทีการเรียนไปเรื่อยๆตามหลักสูตร
พอเรียนไม่ได้ดี ก็โดนมองว่าเป็นเด็กเรียนไม่เก่ง
แต่ความจริงอาจจะมีความสนใจด้านใดด้านหนึงเป็นพิเศษและทำได้เก่งก็ได้

เอาเหอะ ว่าแต่ชีวิตนี้จะได้มีลูกกับเค้าเหรอ ฮ่าๆ

อะไรว๊า...

 

เวลาจะได้อะไรมา ก็ย่อมต้องเสียอย่างอื่นไปเป็นของแลกเปลี่ยน
รู้สึกว่านับวันจะยิ่งได้สัจธรรมชีวิตมากขึ้น

เมื่อก่อนเคยเป็นคนที่ตั้งข้อสงสัยว่า
ทำไมเมื่อเราจะพูดความจริง จะต้องไปกลัวคนอื่นด้วย
แต่ตอนนี้ก็เริ่มเข้าใจ ว่าคนเราไม่ยอมรับรู้และเข้าใจอะไรที่มันเป็นความจริงเสมอไปหรอก
กับบางคนแล้ว พอไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองคิดว่าควรจะเป็น ก็ไม่ยอมรับซะงั้น

ทุกครั้งแหละ ที่อยากจะอธิบายสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น แต่มันไม่ง่าย
ถ้าพูดแล้วจบ ทุกคนเข้าใจเหมือนกัน ก็คงจะดี
แต่ยิ่งพูดอะไรไปก็ยิ่งเหมือนร้อนตัว แก้ตัว
หรืออยากจะบอกอะไรใคร ก็มีแต่จะโดนหาว่า ทำตัวเป็นคนวงในไปซะอีก
ไหนจะโดนกดดันจากแหล่งข่าวอย่างนั้นอย่างนี้
ต่อให้อยากจะพูดจะบอกอะไรแค่ไหน ก็มีแต่เสียกับเสียอย่างเดียว

อย่างนี้ต้องเอาเพลงแซนแบงก์มาร้อง
"พูดก็ไม่ดี เงียบก็ไม่ดี อะไรว๊า..." (ตลกทำไม)

 


วันนี้นั่งดูรายการพาไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วก็ โอ้ว... ปีนี้จะมีสิทธิ์ได้ไปกับเค้ามั้ย
(พี่อ้อยบอกว่า แกก็เก็บตังค์สิ)
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่น่าประทับใจตรงอาหารอร่อยเนี่ยแหละ
เพราะเรามันเป็นพวกไม่ช้อปปิ้งอยู่แล้ว
พวกเครื่องบำรุงผิวอะไรแบบนี้มีเยอะนะ แต่ก็ไม่เคยมีโอกาสไปซื้อซักที
เสื้อผ้าก็ไม่ใช่ไซส์ตัวเองอีกตะหาก
สรุปแล้วไปทีไรก็เสียเงินไปกับเรื่องกินอย่างเดียว

แต่ความจริง เรามีโครงการจะซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ในห้องมากกว่า
ถ้าเก็บเงินได้จริงจังก็อยากทำห้องใหม่ให้มันน่าอยู่กว่านี้
เอาเหอะ วาดฝันไปก่อน


BYE BYE my boy

จากไปไกล ใจก็คิดถึง
โอ้ว... น้ำเน่าสิ้นดี

แต่ก็คิดถึงจริงๆนะเนี่ย

จะไม่ให้คิดถึงยังไงไหว ร่ำลาทิ้งไว้ซะน่ารักขนาดนี้

ต้องขอย้อนไปเมื่อวันก่อน
ไปส่งน้องที่สนามบิน
ก็เป็นอะไรที่กล้าๆกลัวๆ ถอยๆเข้าๆอยู่หลายรอบ
จนได้รูปเดี่ยวมองกล้องมาคนละรูป

ตอนเข้าไปขอกอล์ฟถ่าย พอถ่ายรูปแรกเสร็จ
กอล์ฟก็มาจับกล้องแล้วขอดูรูป
พอเปิดให้ดูเสร็จ กอล์ฟบอกว่า "หน้าตายได้อีกอ่ะ"
กอล์ฟก็เลยให้ถ่ายใหม่ ทำท่าเท่สุดๆ
แล้วก็ถ่ายรูปคู่กันปาย ยกเว้นตากล้อง (คือดิชั้นเอง)
ถ่ายเสร็จมีการหันมาถามว่าเดี๋ยวกอล์ฟไปเปลี่ยนเสื้อถ่ายอีกมั้ย
เหอๆ... ไม่เป็นไรจ้ะ แค่นี้ก็เกรงใจแย่แล้ว

พอไปหาไมค์ ก็โบกมือแล้วชี้ที่กล้อง
ไมค์ ก็โบกมือกลับ แล้วก็ หือ หา แบบเอ่อ..จะไม่ให้ถ่ายหรือจะแกล้ง งง
แต่ก็ให้ดันพี่วิเข้าไปถ่ายรูปคู่กับไมค์ เพราะพี่วิไม่เคยถ่ายเลย
แล้วเราก็ไม่ได้ถ่าย เกรงใจว่ะ แบบเกรงใจมากอ่ะ

จากนั้นก็เฝ้าดูน้องจนน้องเช็คอิน
พอจะไปกันจริงๆแล้ว กอล์ฟไมค์ก็หันมาบ๊ายบาย
กอล์ฟส่งจูบแถมให้อีกตะหาก ตายหมู่...

ขอบคุณจริงๆ น่ารักกันมากๆ
ขอให้ไปทำงานอย่างมีความสุขนะสุดหล่อทั้งสองคน

ป.ล. เต็มใจทำให้เสมอนะกอล์ฟ จุ๊บๆ...

 

ทีนี้ เมื่อวานไปมหิดลมา สถานที่กว้างขวาง อากาศดีน่าเรียนทีเดียวเชียว
ลองหาทางเรียนโทดีมั้ยหนอ ฮ่าๆๆ
คิดไปงั้นแหละ ไม่มีปัญญาว่ะ

เห็นเด็กนักศึกษาแล้วก็ อืม...ตูแก่แล้วแหะ
จริงๆ เมื่อวานน้องไมค์ต้องไปเรียนนี่นา แต่ก็ไปทำงานเนาะ
กลับมาจะเรียนทันมั้ยเนี่ย

จากมหิดลก็ไป RIS ต่อ
จะบอกว่า ถ้ามีลูกหลานก็คงอยากให้เรียนที่นี่นะ (เสียอย่าง ไกลไปหน่อย)
เพราะว่ามีสนามเยอะมาก กิจกรรมเยอะมาก
มันทำให้เด็กมีทางเลือก แล้วก็รู้ว่าตัวเองสนใจอะไรมากขึ้น
บางทีการเรียนไปเรื่อยๆตามหลักสูตร
พอเรียนไม่ได้ดี ก็โดนมองว่าเป็นเด็กเรียนไม่เก่ง
แต่ความจริงอาจจะมีความสนใจด้านใดด้านหนึงเป็นพิเศษและทำได้เก่งก็ได้

เอาเหอะ ว่าแต่ชีวิตนี้จะได้มีลูกกับเค้าเหรอ ฮ่าๆ

Hate that I love you

 

เมื่อวานไปตึก รู้สึกรำลึกอดีตมาก
ไม่ได้ไปรอน้องตอนกลางคืนแบบนี้มานานโขแล้ว
ตอนแรกเจอกลุ่มน้องเปีย แต่ก็กลับกันก่อน
รอซักพัก ไมค์เดินลงมา
จะบอกว่าไม่รู้ตัวเองมีเรดาร์ หรือว่าน้องเด่นกันแน่
ลงมาพร้อมคนมากมายแต่ก็เตะตามากๆ
ไมค์เลี้ยวมาเข้าห้องน้ำก็เลยไปยืนรอ
พอออกมาก็ขอถ่ายรูป แล้วก็คุยๆ
จบก็ถามว่ากลับแล้วเหรอ ไมค์บอกว่าไปแล้วเดี๋ยวกลับมา

พอไมค์ออกไป ก็นั่งรอกอล์ฟ รอไปเป็นชั่วโมงแต่ก็กลับก่อน
คือ รู้แล้วว่ากอล์ฟจะเลิกดึก เลยกลับก่อนดีกว่า

ระหว่างที่รอกอล์ฟก็นั่งคุยกับพี่อ้อยว่า "ชั้นมาทำอะไรที่นี่~"
จริงๆนะ บ้าหรือเปล่าเนี่ยตู
โทรไปคุยกับพี่เล็ก พี่เล็กบอกว่า กลับบ้านเถ๊อะ ทำอย่างกับไม่เคยเห็นไปได้
อย่างฮาอ่ะ

ตอนไปขอไมค์ถ่ายรูป ไมค์ตอบว่า "ได้ฮะ" อย่างน่ารัก
แต่ก็รู้สึกขำตัวเองในใจว่าทำบ้าอะไรเนี่ยยยย

ขากลับจากตึก นั่งคุยกับพี่อ้อยว่าทำไมชั้นถึงรักเด็กสามคนนี้จังวะ
สามคนครับ รวมหญิงไปด้วยอีกคน
ที่กลับบ้านนี่ต้องบอกว่า "เราต้องรักตัวเองให้มากเท่ากับรักน้องนะ"
ขืนรออยู่อาจจะตายได้เพราะว่าเหนื่อยเกิ๊น
แต่จะว่าไป ไอ้ที่เคยรอจนตีสอง ตื่นไปเรียนหกโมงอะไรแบบนี้ก็ทำมาแล้ว
ตอนนี้ทำแบบนั้นไม่ไหวแล้ว แก่ตัวลง ทำงานก็เหนื่อยกว่าเรียนด้วย
เอาเหอะ พูดถึงการทำงาน ที่ทำอยู่นี่ก็ไม่ได้ทำเพื่อตัวเองเลยว่ะ

ต้องร้องเพลงของ Lihanna (ใช่มั้ยกอล์ฟ)
Hate how much I love you, boy...

 

อะไรว๊า...

 

เวลาจะได้อะไรมา ก็ย่อมต้องเสียอย่างอื่นไปเป็นของแลกเปลี่ยน
รู้สึกว่านับวันจะยิ่งได้สัจธรรมชีวิตมากขึ้น

เมื่อก่อนเคยเป็นคนที่ตั้งข้อสงสัยว่า
ทำไมเมื่อเราจะพูดความจริง จะต้องไปกลัวคนอื่นด้วย
แต่ตอนนี้ก็เริ่มเข้าใจ ว่าคนเราไม่ยอมรับรู้และเข้าใจอะไรที่มันเป็นความจริงเสมอไปหรอก
กับบางคนแล้ว พอไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองคิดว่าควรจะเป็น ก็ไม่ยอมรับซะงั้น

ทุกครั้งแหละ ที่อยากจะอธิบายสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น แต่มันไม่ง่าย
ถ้าพูดแล้วจบ ทุกคนเข้าใจเหมือนกัน ก็คงจะดี
แต่ยิ่งพูดอะไรไปก็ยิ่งเหมือนร้อนตัว แก้ตัว
หรืออยากจะบอกอะไรใคร ก็มีแต่จะโดนหาว่า ทำตัวเป็นคนวงในไปซะอีก
ไหนจะโดนกดดันจากแหล่งข่าวอย่างนั้นอย่างนี้
ต่อให้อยากจะพูดจะบอกอะไรแค่ไหน ก็มีแต่เสียกับเสียอย่างเดียว

อย่างนี้ต้องเอาเพลงแซนแบงก์มาร้อง
"พูดก็ไม่ดี เงียบก็ไม่ดี อะไรว๊า..." (ตลกทำไม)

 


วันนี้นั่งดูรายการพาไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วก็ โอ้ว... ปีนี้จะมีสิทธิ์ได้ไปกับเค้ามั้ย
(พี่อ้อยบอกว่า แกก็เก็บตังค์สิ)
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่น่าประทับใจตรงอาหารอร่อยเนี่ยแหละ
เพราะเรามันเป็นพวกไม่ช้อปปิ้งอยู่แล้ว
พวกเครื่องบำรุงผิวอะไรแบบนี้มีเยอะนะ แต่ก็ไม่เคยมีโอกาสไปซื้อซักที
เสื้อผ้าก็ไม่ใช่ไซส์ตัวเองอีกตะหาก
สรุปแล้วไปทีไรก็เสียเงินไปกับเรื่องกินอย่างเดียว

แต่ความจริง เรามีโครงการจะซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ในห้องมากกว่า
ถ้าเก็บเงินได้จริงจังก็อยากทำห้องใหม่ให้มันน่าอยู่กว่านี้
เอาเหอะ วาดฝันไปก่อน


BYE BYE my boy

จากไปไกล ใจก็คิดถึง
โอ้ว... น้ำเน่าสิ้นดี

แต่ก็คิดถึงจริงๆนะเนี่ย

จะไม่ให้คิดถึงยังไงไหว ร่ำลาทิ้งไว้ซะน่ารักขนาดนี้

ต้องขอย้อนไปเมื่อวันก่อน
ไปส่งน้องที่สนามบิน
ก็เป็นอะไรที่กล้าๆกลัวๆ ถอยๆเข้าๆอยู่หลายรอบ
จนได้รูปเดี่ยวมองกล้องมาคนละรูป

ตอนเข้าไปขอกอล์ฟถ่าย พอถ่ายรูปแรกเสร็จ
กอล์ฟก็มาจับกล้องแล้วขอดูรูป
พอเปิดให้ดูเสร็จ กอล์ฟบอกว่า "หน้าตายได้อีกอ่ะ"
กอล์ฟก็เลยให้ถ่ายใหม่ ทำท่าเท่สุดๆ
แล้วก็ถ่ายรูปคู่กันปาย ยกเว้นตากล้อง (คือดิชั้นเอง)
ถ่ายเสร็จมีการหันมาถามว่าเดี๋ยวกอล์ฟไปเปลี่ยนเสื้อถ่ายอีกมั้ย
เหอๆ... ไม่เป็นไรจ้ะ แค่นี้ก็เกรงใจแย่แล้ว

พอไปหาไมค์ ก็โบกมือแล้วชี้ที่กล้อง
ไมค์ ก็โบกมือกลับ แล้วก็ หือ หา แบบเอ่อ..จะไม่ให้ถ่ายหรือจะแกล้ง งง
แต่ก็ให้ดันพี่วิเข้าไปถ่ายรูปคู่กับไมค์ เพราะพี่วิไม่เคยถ่ายเลย
แล้วเราก็ไม่ได้ถ่าย เกรงใจว่ะ แบบเกรงใจมากอ่ะ

จากนั้นก็เฝ้าดูน้องจนน้องเช็คอิน
พอจะไปกันจริงๆแล้ว กอล์ฟไมค์ก็หันมาบ๊ายบาย
กอล์ฟส่งจูบแถมให้อีกตะหาก ตายหมู่...

ขอบคุณจริงๆ น่ารักกันมากๆ
ขอให้ไปทำงานอย่างมีความสุขนะสุดหล่อทั้งสองคน

ป.ล. เต็มใจทำให้เสมอนะกอล์ฟ จุ๊บๆ...

 

ทีนี้ เมื่อวานไปมหิดลมา สถานที่กว้างขวาง อากาศดีน่าเรียนทีเดียวเชียว
ลองหาทางเรียนโทดีมั้ยหนอ ฮ่าๆๆ
คิดไปงั้นแหละ ไม่มีปัญญาว่ะ

เห็นเด็กนักศึกษาแล้วก็ อืม...ตูแก่แล้วแหะ
จริงๆ เมื่อวานน้องไมค์ต้องไปเรียนนี่นา แต่ก็ไปทำงานเนาะ
กลับมาจะเรียนทันมั้ยเนี่ย

จากมหิดลก็ไป RIS ต่อ
จะบอกว่า ถ้ามีลูกหลานก็คงอยากให้เรียนที่นี่นะ (เสียอย่าง ไกลไปหน่อย)
เพราะว่ามีสนามเยอะมาก กิจกรรมเยอะมาก
มันทำให้เด็กมีทางเลือก แล้วก็รู้ว่าตัวเองสนใจอะไรมากขึ้น
บางทีการเรียนไปเรื่อยๆตามหลักสูตร
พอเรียนไม่ได้ดี ก็โดนมองว่าเป็นเด็กเรียนไม่เก่ง
แต่ความจริงอาจจะมีความสนใจด้านใดด้านหนึงเป็นพิเศษและทำได้เก่งก็ได้

เอาเหอะ ว่าแต่ชีวิตนี้จะได้มีลูกกับเค้าเหรอ ฮ่าๆ

Hate that I love you

 

เมื่อวานไปตึก รู้สึกรำลึกอดีตมาก
ไม่ได้ไปรอน้องตอนกลางคืนแบบนี้มานานโขแล้ว
ตอนแรกเจอกลุ่มน้องเปีย แต่ก็กลับกันก่อน
รอซักพัก ไมค์เดินลงมา
จะบอกว่าไม่รู้ตัวเองมีเรดาร์ หรือว่าน้องเด่นกันแน่
ลงมาพร้อมคนมากมายแต่ก็เตะตามากๆ
ไมค์เลี้ยวมาเข้าห้องน้ำก็เลยไปยืนรอ
พอออกมาก็ขอถ่ายรูป แล้วก็คุยๆ
จบก็ถามว่ากลับแล้วเหรอ ไมค์บอกว่าไปแล้วเดี๋ยวกลับมา

พอไมค์ออกไป ก็นั่งรอกอล์ฟ รอไปเป็นชั่วโมงแต่ก็กลับก่อน
คือ รู้แล้วว่ากอล์ฟจะเลิกดึก เลยกลับก่อนดีกว่า

ระหว่างที่รอกอล์ฟก็นั่งคุยกับพี่อ้อยว่า "ชั้นมาทำอะไรที่นี่~"
จริงๆนะ บ้าหรือเปล่าเนี่ยตู
โทรไปคุยกับพี่เล็ก พี่เล็กบอกว่า กลับบ้านเถ๊อะ ทำอย่างกับไม่เคยเห็นไปได้
อย่างฮาอ่ะ

ตอนไปขอไมค์ถ่ายรูป ไมค์ตอบว่า "ได้ฮะ" อย่างน่ารัก
แต่ก็รู้สึกขำตัวเองในใจว่าทำบ้าอะไรเนี่ยยยย

ขากลับจากตึก นั่งคุยกับพี่อ้อยว่าทำไมชั้นถึงรักเด็กสามคนนี้จังวะ
สามคนครับ รวมหญิงไปด้วยอีกคน
ที่กลับบ้านนี่ต้องบอกว่า "เราต้องรักตัวเองให้มากเท่ากับรักน้องนะ"
ขืนรออยู่อาจจะตายได้เพราะว่าเหนื่อยเกิ๊น
แต่จะว่าไป ไอ้ที่เคยรอจนตีสอง ตื่นไปเรียนหกโมงอะไรแบบนี้ก็ทำมาแล้ว
ตอนนี้ทำแบบนั้นไม่ไหวแล้ว แก่ตัวลง ทำงานก็เหนื่อยกว่าเรียนด้วย
เอาเหอะ พูดถึงการทำงาน ที่ทำอยู่นี่ก็ไม่ได้ทำเพื่อตัวเองเลยว่ะ

ต้องร้องเพลงของ Lihanna (ใช่มั้ยกอล์ฟ)
Hate how much I love you, boy...

 

ZEED AWARDS 3rd

จะบอกว่า วันนี้เกิดอารมณ์เศร้าสุดขีด กับดีใจสุดโก่งในช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมง
คือ ตอนแรกเข้าไปในงานซี๊ดแล้วเห็นว่าสามารถยืนได้ใกล้น้องขนาดไหน
แล้วน้องหยุดให้ถ่ายรูปนานเท่าไหร่
แต่ แต่ แต่ ตูไม่มีกล้อง จะบ้าาาาาาา
เสียใจมาก บ่นกับพี่ปูไปเยอะมาก
พยายามปลอบใจตัวเองว่า ถ้าเอามาก็คงจะชื้นเพราะฝน ไม่เอามาดีแล้ว

ยังไงก็ตาม น้องหล่อมากอ่ะวันนี้ ชุดขาว ผมหล่อ เพอร์เฟค
แต่แค่มาร่วมงานเฉยๆ เพราะมีชื่อเข้าชิง ไม่ได้แสดง

เราก็ยืนดูจนเกือบจบงาน เรียกว่ายืนจนตะคริวกินนิ้วเท้าแทบตาย
ขอบคุณหมูกับพี่จุ๊บมากๆเลยที่ยืนอยู่ด้วยกัน
ยืนอยู่หลังสุดเลยแหละ เห็นศิลปินตัวเล็กเท่ามด
แต่ก็สนุกมากๆนะ เพลงที่เราชอบทั้งน้าน

ผ่านไปสองชั่วโมงเห็นน้องเดินมาตรงทางเดินก็เลยวิ่งไปจะขอจับมือแต่ว่าไม่ทัน
ก็เลยพากันวิ่งกับหมูกับพี่จุ๊บลงไปข้างล่าง
ลงมาเสร็จ ยืนรอ วิ่งไปวิ่งมาอีกระลอก เล่นเอาจุก
แต่พอเดินกลับมาที่เดิม น้องขึ้นรถตู้ไปเรียบร้อยแล้ว
ตอนแรกก็เสียดายว่าถ้ายืนที่เดิมก็ได้เจอเต็มๆ ไม่น่าวิ่งไปที่อื่นเลย
รถตู้ผ่านหน้าไป ไมค์เปิดผ้าม่านมา แต่ก็ไม่ทันได้มองกัน
คิดว่าจะแห้วกลับบ้าน
ที่ไหนได้ รถชะลอ แล้วไมค์ก็เปิดหน้าต่าง ยื่นมือมาโบกให้ สุดแขนเลยอ่ะ
จำได้ลางๆว่าตัวเองตะโกนออกไปว่า "บ๊ายยยย บายยยยยย" เสียงสูงปรี๊ด
สติแตกทีไร เสียงสูงควบคุมไม่ได้ทุกทีเลย

โอย.... น่ารัก ไม่ไหว คือ ยิ้มหุบไม่ได้ อยากจะบ้า
แรกๆ บ้าเพราะว่าเสียใจ แต่ขากลับดันบ้าเพราะดีใจสุดๆ
ขอบคุณ ไม่รู้จะรู้สึกขอบคุณไมค์ยังไง
ที่ทำให้การฝ่าฝนมาครั้งนี้ได้ความอิ่มอกอิ่มใจกลับบ้านไป
จริงๆ มาก็หวังจะมากรี๊ดให้สุดเสียงตอนที่ชื่อน้องประกาศเข้าชิงรางวัล
คิดไว้แค่นั้นจริงๆ
ถ้าจะเสียใจคือตัวเองไม่ยอมเอากล้องมา
แต่ก็ไม่ได้คิดว่าน้องจะต้องเห็นหรือว่าจะต้องได้เจอใกล้ๆ

เฮ้อ...
ว่าแต่ชั้นจะเครซี่เด็กผู้ชายคนนี้ไปถึงไหนวะ ดูไม่มีลิมิตเลย ฮ่าๆๆๆ

จะว่าไปงานนี้คนส่วนใหญ่ก็คงไปดู FT
แต่เราว่า แฟนคลับกอล์ฟไมค์นี่น่ารักสุดแล้วล่ะ
ถือป้ายกันเยอะมาก
ไม่ได้จะอะไรหรอกนะ มองไปแล้วป้ายจะมีอยู่ไม่กี่ศิลปิน
แล้วถ้าไม่นับ FT กอล์ฟไมค์ก็คงจะเยอะที่สุด
คิดว่าน้องเองก็คงจะเห็น แล้วก็คงจะรักแฟนคลับเหมือนกับที่แฟนคลับรักน้องนะ

บทเรียนที่ได้จากงานนี้คือ ติดกล้องไว้เสมอ (^^")

 

ว่าแต่จะไม่สบายในเร็ววันนี้มั้ยเนี่ยตู เล่นตากฝนทู้กวัน

 

ป.ล. เฮ้ย ชอบอันนี้อ่ะ
รูปชั้นถ่ายเหรอเนี่ย สวยงาม ฮ่าๆ

อะไรว๊า...

 

เวลาจะได้อะไรมา ก็ย่อมต้องเสียอย่างอื่นไปเป็นของแลกเปลี่ยน
รู้สึกว่านับวันจะยิ่งได้สัจธรรมชีวิตมากขึ้น

เมื่อก่อนเคยเป็นคนที่ตั้งข้อสงสัยว่า
ทำไมเมื่อเราจะพูดความจริง จะต้องไปกลัวคนอื่นด้วย
แต่ตอนนี้ก็เริ่มเข้าใจ ว่าคนเราไม่ยอมรับรู้และเข้าใจอะไรที่มันเป็นความจริงเสมอไปหรอก
กับบางคนแล้ว พอไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองคิดว่าควรจะเป็น ก็ไม่ยอมรับซะงั้น

ทุกครั้งแหละ ที่อยากจะอธิบายสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น แต่มันไม่ง่าย
ถ้าพูดแล้วจบ ทุกคนเข้าใจเหมือนกัน ก็คงจะดี
แต่ยิ่งพูดอะไรไปก็ยิ่งเหมือนร้อนตัว แก้ตัว
หรืออยากจะบอกอะไรใคร ก็มีแต่จะโดนหาว่า ทำตัวเป็นคนวงในไปซะอีก
ไหนจะโดนกดดันจากแหล่งข่าวอย่างนั้นอย่างนี้
ต่อให้อยากจะพูดจะบอกอะไรแค่ไหน ก็มีแต่เสียกับเสียอย่างเดียว

อย่างนี้ต้องเอาเพลงแซนแบงก์มาร้อง
"พูดก็ไม่ดี เงียบก็ไม่ดี อะไรว๊า..." (ตลกทำไม)

 


วันนี้นั่งดูรายการพาไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วก็ โอ้ว... ปีนี้จะมีสิทธิ์ได้ไปกับเค้ามั้ย
(พี่อ้อยบอกว่า แกก็เก็บตังค์สิ)
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่น่าประทับใจตรงอาหารอร่อยเนี่ยแหละ
เพราะเรามันเป็นพวกไม่ช้อปปิ้งอยู่แล้ว
พวกเครื่องบำรุงผิวอะไรแบบนี้มีเยอะนะ แต่ก็ไม่เคยมีโอกาสไปซื้อซักที
เสื้อผ้าก็ไม่ใช่ไซส์ตัวเองอีกตะหาก
สรุปแล้วไปทีไรก็เสียเงินไปกับเรื่องกินอย่างเดียว

แต่ความจริง เรามีโครงการจะซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ในห้องมากกว่า
ถ้าเก็บเงินได้จริงจังก็อยากทำห้องใหม่ให้มันน่าอยู่กว่านี้
เอาเหอะ วาดฝันไปก่อน


BYE BYE my boy

จากไปไกล ใจก็คิดถึง
โอ้ว... น้ำเน่าสิ้นดี

แต่ก็คิดถึงจริงๆนะเนี่ย

จะไม่ให้คิดถึงยังไงไหว ร่ำลาทิ้งไว้ซะน่ารักขนาดนี้

ต้องขอย้อนไปเมื่อวันก่อน
ไปส่งน้องที่สนามบิน
ก็เป็นอะไรที่กล้าๆกลัวๆ ถอยๆเข้าๆอยู่หลายรอบ
จนได้รูปเดี่ยวมองกล้องมาคนละรูป

ตอนเข้าไปขอกอล์ฟถ่าย พอถ่ายรูปแรกเสร็จ
กอล์ฟก็มาจับกล้องแล้วขอดูรูป
พอเปิดให้ดูเสร็จ กอล์ฟบอกว่า "หน้าตายได้อีกอ่ะ"
กอล์ฟก็เลยให้ถ่ายใหม่ ทำท่าเท่สุดๆ
แล้วก็ถ่ายรูปคู่กันปาย ยกเว้นตากล้อง (คือดิชั้นเอง)
ถ่ายเสร็จมีการหันมาถามว่าเดี๋ยวกอล์ฟไปเปลี่ยนเสื้อถ่ายอีกมั้ย
เหอๆ... ไม่เป็นไรจ้ะ แค่นี้ก็เกรงใจแย่แล้ว

พอไปหาไมค์ ก็โบกมือแล้วชี้ที่กล้อง
ไมค์ ก็โบกมือกลับ แล้วก็ หือ หา แบบเอ่อ..จะไม่ให้ถ่ายหรือจะแกล้ง งง
แต่ก็ให้ดันพี่วิเข้าไปถ่ายรูปคู่กับไมค์ เพราะพี่วิไม่เคยถ่ายเลย
แล้วเราก็ไม่ได้ถ่าย เกรงใจว่ะ แบบเกรงใจมากอ่ะ

จากนั้นก็เฝ้าดูน้องจนน้องเช็คอิน
พอจะไปกันจริงๆแล้ว กอล์ฟไมค์ก็หันมาบ๊ายบาย
กอล์ฟส่งจูบแถมให้อีกตะหาก ตายหมู่...

ขอบคุณจริงๆ น่ารักกันมากๆ
ขอให้ไปทำงานอย่างมีความสุขนะสุดหล่อทั้งสองคน

ป.ล. เต็มใจทำให้เสมอนะกอล์ฟ จุ๊บๆ...

 

ทีนี้ เมื่อวานไปมหิดลมา สถานที่กว้างขวาง อากาศดีน่าเรียนทีเดียวเชียว
ลองหาทางเรียนโทดีมั้ยหนอ ฮ่าๆๆ
คิดไปงั้นแหละ ไม่มีปัญญาว่ะ

เห็นเด็กนักศึกษาแล้วก็ อืม...ตูแก่แล้วแหะ
จริงๆ เมื่อวานน้องไมค์ต้องไปเรียนนี่นา แต่ก็ไปทำงานเนาะ
กลับมาจะเรียนทันมั้ยเนี่ย

จากมหิดลก็ไป RIS ต่อ
จะบอกว่า ถ้ามีลูกหลานก็คงอยากให้เรียนที่นี่นะ (เสียอย่าง ไกลไปหน่อย)
เพราะว่ามีสนามเยอะมาก กิจกรรมเยอะมาก
มันทำให้เด็กมีทางเลือก แล้วก็รู้ว่าตัวเองสนใจอะไรมากขึ้น
บางทีการเรียนไปเรื่อยๆตามหลักสูตร
พอเรียนไม่ได้ดี ก็โดนมองว่าเป็นเด็กเรียนไม่เก่ง
แต่ความจริงอาจจะมีความสนใจด้านใดด้านหนึงเป็นพิเศษและทำได้เก่งก็ได้

เอาเหอะ ว่าแต่ชีวิตนี้จะได้มีลูกกับเค้าเหรอ ฮ่าๆ

Hate that I love you

 

เมื่อวานไปตึก รู้สึกรำลึกอดีตมาก
ไม่ได้ไปรอน้องตอนกลางคืนแบบนี้มานานโขแล้ว
ตอนแรกเจอกลุ่มน้องเปีย แต่ก็กลับกันก่อน
รอซักพัก ไมค์เดินลงมา
จะบอกว่าไม่รู้ตัวเองมีเรดาร์ หรือว่าน้องเด่นกันแน่
ลงมาพร้อมคนมากมายแต่ก็เตะตามากๆ
ไมค์เลี้ยวมาเข้าห้องน้ำก็เลยไปยืนรอ
พอออกมาก็ขอถ่ายรูป แล้วก็คุยๆ
จบก็ถามว่ากลับแล้วเหรอ ไมค์บอกว่าไปแล้วเดี๋ยวกลับมา

พอไมค์ออกไป ก็นั่งรอกอล์ฟ รอไปเป็นชั่วโมงแต่ก็กลับก่อน
คือ รู้แล้วว่ากอล์ฟจะเลิกดึก เลยกลับก่อนดีกว่า

ระหว่างที่รอกอล์ฟก็นั่งคุยกับพี่อ้อยว่า "ชั้นมาทำอะไรที่นี่~"
จริงๆนะ บ้าหรือเปล่าเนี่ยตู
โทรไปคุยกับพี่เล็ก พี่เล็กบอกว่า กลับบ้านเถ๊อะ ทำอย่างกับไม่เคยเห็นไปได้
อย่างฮาอ่ะ

ตอนไปขอไมค์ถ่ายรูป ไมค์ตอบว่า "ได้ฮะ" อย่างน่ารัก
แต่ก็รู้สึกขำตัวเองในใจว่าทำบ้าอะไรเนี่ยยยย

ขากลับจากตึก นั่งคุยกับพี่อ้อยว่าทำไมชั้นถึงรักเด็กสามคนนี้จังวะ
สามคนครับ รวมหญิงไปด้วยอีกคน
ที่กลับบ้านนี่ต้องบอกว่า "เราต้องรักตัวเองให้มากเท่ากับรักน้องนะ"
ขืนรออยู่อาจจะตายได้เพราะว่าเหนื่อยเกิ๊น
แต่จะว่าไป ไอ้ที่เคยรอจนตีสอง ตื่นไปเรียนหกโมงอะไรแบบนี้ก็ทำมาแล้ว
ตอนนี้ทำแบบนั้นไม่ไหวแล้ว แก่ตัวลง ทำงานก็เหนื่อยกว่าเรียนด้วย
เอาเหอะ พูดถึงการทำงาน ที่ทำอยู่นี่ก็ไม่ได้ทำเพื่อตัวเองเลยว่ะ

ต้องร้องเพลงของ Lihanna (ใช่มั้ยกอล์ฟ)
Hate how much I love you, boy...

 

ZEED AWARDS 3rd

จะบอกว่า วันนี้เกิดอารมณ์เศร้าสุดขีด กับดีใจสุดโก่งในช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมง
คือ ตอนแรกเข้าไปในงานซี๊ดแล้วเห็นว่าสามารถยืนได้ใกล้น้องขนาดไหน
แล้วน้องหยุดให้ถ่ายรูปนานเท่าไหร่
แต่ แต่ แต่ ตูไม่มีกล้อง จะบ้าาาาาาา
เสียใจมาก บ่นกับพี่ปูไปเยอะมาก
พยายามปลอบใจตัวเองว่า ถ้าเอามาก็คงจะชื้นเพราะฝน ไม่เอามาดีแล้ว

ยังไงก็ตาม น้องหล่อมากอ่ะวันนี้ ชุดขาว ผมหล่อ เพอร์เฟค
แต่แค่มาร่วมงานเฉยๆ เพราะมีชื่อเข้าชิง ไม่ได้แสดง

เราก็ยืนดูจนเกือบจบงาน เรียกว่ายืนจนตะคริวกินนิ้วเท้าแทบตาย
ขอบคุณหมูกับพี่จุ๊บมากๆเลยที่ยืนอยู่ด้วยกัน
ยืนอยู่หลังสุดเลยแหละ เห็นศิลปินตัวเล็กเท่ามด
แต่ก็สนุกมากๆนะ เพลงที่เราชอบทั้งน้าน

ผ่านไปสองชั่วโมงเห็นน้องเดินมาตรงทางเดินก็เลยวิ่งไปจะขอจับมือแต่ว่าไม่ทัน
ก็เลยพากันวิ่งกับหมูกับพี่จุ๊บลงไปข้างล่าง
ลงมาเสร็จ ยืนรอ วิ่งไปวิ่งมาอีกระลอก เล่นเอาจุก
แต่พอเดินกลับมาที่เดิม น้องขึ้นรถตู้ไปเรียบร้อยแล้ว
ตอนแรกก็เสียดายว่าถ้ายืนที่เดิมก็ได้เจอเต็มๆ ไม่น่าวิ่งไปที่อื่นเลย
รถตู้ผ่านหน้าไป ไมค์เปิดผ้าม่านมา แต่ก็ไม่ทันได้มองกัน
คิดว่าจะแห้วกลับบ้าน
ที่ไหนได้ รถชะลอ แล้วไมค์ก็เปิดหน้าต่าง ยื่นมือมาโบกให้ สุดแขนเลยอ่ะ
จำได้ลางๆว่าตัวเองตะโกนออกไปว่า "บ๊ายยยย บายยยยยย" เสียงสูงปรี๊ด
สติแตกทีไร เสียงสูงควบคุมไม่ได้ทุกทีเลย

โอย.... น่ารัก ไม่ไหว คือ ยิ้มหุบไม่ได้ อยากจะบ้า
แรกๆ บ้าเพราะว่าเสียใจ แต่ขากลับดันบ้าเพราะดีใจสุดๆ
ขอบคุณ ไม่รู้จะรู้สึกขอบคุณไมค์ยังไง
ที่ทำให้การฝ่าฝนมาครั้งนี้ได้ความอิ่มอกอิ่มใจกลับบ้านไป
จริงๆ มาก็หวังจะมากรี๊ดให้สุดเสียงตอนที่ชื่อน้องประกาศเข้าชิงรางวัล
คิดไว้แค่นั้นจริงๆ
ถ้าจะเสียใจคือตัวเองไม่ยอมเอากล้องมา
แต่ก็ไม่ได้คิดว่าน้องจะต้องเห็นหรือว่าจะต้องได้เจอใกล้ๆ

เฮ้อ...
ว่าแต่ชั้นจะเครซี่เด็กผู้ชายคนนี้ไปถึงไหนวะ ดูไม่มีลิมิตเลย ฮ่าๆๆๆ

จะว่าไปงานนี้คนส่วนใหญ่ก็คงไปดู FT
แต่เราว่า แฟนคลับกอล์ฟไมค์นี่น่ารักสุดแล้วล่ะ
ถือป้ายกันเยอะมาก
ไม่ได้จะอะไรหรอกนะ มองไปแล้วป้ายจะมีอยู่ไม่กี่ศิลปิน
แล้วถ้าไม่นับ FT กอล์ฟไมค์ก็คงจะเยอะที่สุด
คิดว่าน้องเองก็คงจะเห็น แล้วก็คงจะรักแฟนคลับเหมือนกับที่แฟนคลับรักน้องนะ

บทเรียนที่ได้จากงานนี้คือ ติดกล้องไว้เสมอ (^^")

 

ว่าแต่จะไม่สบายในเร็ววันนี้มั้ยเนี่ยตู เล่นตากฝนทู้กวัน

 

ป.ล. เฮ้ย ชอบอันนี้อ่ะ
รูปชั้นถ่ายเหรอเนี่ย สวยงาม ฮ่าๆ

Money Expo

 


คืนก่อนก่อนนู้นปวดหัวมาก คิดว่าเป็นเพราะแพ๊คของล็อตใหญ่ที่ทำงาน
ก้มๆเงยๆ อยู่หลายรอบกับอากาศร้อนมากๆ ก็เลยมึน
ความปวดก็ล่วงเลยมาอีกหนึ่งวัน
วันนั้นคนขับรถส่งของที่บริษัทเข้ารพ.
เราก็เลยต้องออกไปกับรถรับจ้างข้างนอกเพื่อไปส่งของด้วย
โอ้โห... อากาศร้อน รถขับมึน
กลับมาประชุมกับเจ้านายต่อ
หลังจากนั้นก็เคลียร์งานจนถึงสองทุ่ม
เรียกว่าแทบกระอักเลือดอ่ะ
มาถึงที่ทำงานพี่อ้อยบอกขอถุงพลาสติกมาเตรียมไว้ด้วยนะ จะอาเจียนอยู่แล้ว
กลับบ้านปุ๊บ อาบน้ำ กินยาคลายกล้ามเนื้อแล้วคร่อกเลย

ตอนนั่งรถกลับก็เลยโทรไปลาเจ้านายบอกว่าพรุ่งนี้หนูไม่มาทำงานนะคะ
ป่วยอย่างแรง กลับบ้านไปถ้ากินยาก็สลบอ่ะ

ตื่นมาตอนบ่ายโมงกว่า แล้วก็รีบๆๆแต่งตัวอาบน้ำออกไปดูน้องที่งาน Money Expo
ไปสายอ่ะ น้องร้องไปแล้วสองเพลง
แต่ที่ต๊กกะใจคือ เจอเจ้านาย หุหุ หลบแทบไม่ทัน
เพิ่งลาว่าหนูป่วยค่ะ แต่ดันมาดูกอล์ฟไมค์ (-__-")

งานนี้พี่อ้อยไม่มีปัญญาถ่ายรูปนะคะ เพราะว่าขาดเก้าอี้น้อย
เราก็เลยถ่าย ตอนแรกก็ไม่ชินกับกล้องหรอก เพิ่งจะได้ใช้ครั้งแรก
ไปๆมาๆก็ได้รูปมาอย่างที่เห็น ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ งานหน้าเอาใหม่

ว่าแต่นะ ก็เคืองธนาคารกรุงเทพอยู่นิดหน่อย
เข้าใจก็เข้าใจอยู่หรอก
พอเค้ามาไล่ ก็เลยบอกเค้าว่า ก็ช่วยให้พนักงานพี่ที่ยืนดูกอล์ฟไมค์อยู่ขยับออกไปสิคะ
คนอื่นๆที่เข้ามาดูจะได้มีพื้นที่เพิ่มขึ้น
เค้าก็ไปเรียกพนักงานเค้าออกให้
ความจริงไม่ได้อยากทำแบบนี้หรอกนะ แต่เล่นไล่ไม่ยอมหยุดก็ไม่ไหวเหมือนกัน
ขอความเห็นใจนิดเดียว เล่นแป๊บเดียวก็ไปแล้ว

เอาเป็นว่าคอนเสิร์ตเกิดอะไรขึ้นบ้างไม่ค่อยรู้เลยอ่ะ
เพราะถ่ายรูปอย่างเดียว รู้แต่ว่าน้องหล่อ ฮ่าๆ

เสร็จงาน น้องๆโทรมาบอกพี่ปูว่าน้องเข้าตึก
ก็เลยค่อยๆเดินไปรถ ค่อยๆขับไปตึก
คือ อารมณ์จะไปเอาป้ายไฟกับเก้าอี้คืนจากน้องๆ ไม่ได้คิดว่าจะไปเจอกอล์ฟไมค์
พอจะถึงปุ๋ยโทรมาบอกพี่ปูว่าน้องกลับแล้ว
ก็อ้าว แป่ว... แต่ไม่เป็นไร ไม่ได้คาดหวังอยู่แล้ว
พอจอดรถ ลงจากรถ เอ๊ะ รถน้าอ้วนนี่หว่า
แล้วพี่ปูก็บอกว่า น้องนะ... น้องมารถน้าอ้วน
เราก็อ้าว เหรอ ไม่รู้อ่ะ
ก็เลยไปด้อมๆมองๆ พี่อ้อยเดินไปหาน้าอ้วน
ตอนแรกคิดว่าน้องคงไม่ได้อยู่แล้วมั้ง แต่ก็จะไปทักทายน้าอ้วนซะหน่อย
สรุปว่าน้องยังอยู่ พี่อ้อยก็โบกมือเรียก เลยเดินไปกัน
พี่ๆก็คุยๆกับกอล์ฟ ถามว่ากินไอติมโมจิมั้ย
กอล์ฟก็ตอบรับ พูดประมาณว่าได้กินไอติมแล้ว อะไรซักอย่าง
พี่วิกับพี่ปูเลยวิ่งไปเอาไอติมโมจิที่รถ
แล้วก็วิ่งกลับมา
แต่ก่อนวิ่งไปอ่ะ ฮามาก กอล์ฟทักพี่ปูว่า ตัดผมเหรอ
พี่ปูไม่ได้ฟังเล้ยยยย บอกกอล์ฟว่า เดี๋ยวพี่ไปเอาไอติมโมจิ บลาบลา
สติอยู่ที่ไหนเนี่ยเวลาคุยกับน้อง
พอกอล์ฟกำลังจะลงจากรถ พี่อ้อยก็บอกว่าไปทักทายไมค์หน่อยสิ
เราก็ เอ่อ...ไม่กล้าว่ะ น้องใส่หูฟังสองข้างเลย
แต่พี่อ้อยก็ลุ้นๆ หาเรื่องคุยให้อีกแหน่ะ
ก็เลยเอาวะ เดินเข้าไป พอกอล์ฟลงจากรถ ก็เลยโบกมือให้ไมค์
ไมค์ก็โบกกลับ
ขอจับมือ แล้วก็ถามว่าเหนื่อยมั้ย
ไมค์ก็พยักหน้า แล้วก็ยิ้มแบบอ้อนๆ
ก็เลยบอกนั่นนี่ ไมค์ก็คุย ตอนแรกนึกว่าจะปฏิเสธ ที่ไหนได้ยกมือไหว้ขอบคุณ เหอ...
จบ... ปิดประตูรถตู้ไป
กอล์ฟก็บอกว่า เดี๋ยวกอล์ฟจะไปนี่ๆๆๆกับพี่แพร์
ก็เลยบ๊ายบายแล้วก็เดินขึ้นไปข้างบน

พี่อ้อยกับเราก็เสียใจไม่ได้โทรหาน้องๆ
แต่เรากับพี่อ้อยไม่ได้หยิบมือถือลงมาจากรถทั้งคู่อ่ะ
ขออภัยด้วยนะเด็กๆ

แต่สุดท้ายก็ยังได้อยู่เจอกอล์ฟเนาะ กอล์ฟทักเสื้อด้วยนี่นา

 

สรุปว่าเมื่อวานดวงจริงๆ แล้วน้องก็น่ารักม๊ากมาก
ไม่ได้ไปตึก ไม่ได้เจออารมณ์ที่ยืนคุยข้างรถตู้แบบนี้นานมากกกก
มาเจอแล้วน่ารักก็ดีใจมากๆเลยอ่ะ
ค่อยยังชั่วที่ตัดสินใจเข้าไปชวนคุย เหอๆ...

 

 

อะไรว๊า...

 

เวลาจะได้อะไรมา ก็ย่อมต้องเสียอย่างอื่นไปเป็นของแลกเปลี่ยน
รู้สึกว่านับวันจะยิ่งได้สัจธรรมชีวิตมากขึ้น

เมื่อก่อนเคยเป็นคนที่ตั้งข้อสงสัยว่า
ทำไมเมื่อเราจะพูดความจริง จะต้องไปกลัวคนอื่นด้วย
แต่ตอนนี้ก็เริ่มเข้าใจ ว่าคนเราไม่ยอมรับรู้และเข้าใจอะไรที่มันเป็นความจริงเสมอไปหรอก
กับบางคนแล้ว พอไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองคิดว่าควรจะเป็น ก็ไม่ยอมรับซะงั้น

ทุกครั้งแหละ ที่อยากจะอธิบายสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น แต่มันไม่ง่าย
ถ้าพูดแล้วจบ ทุกคนเข้าใจเหมือนกัน ก็คงจะดี
แต่ยิ่งพูดอะไรไปก็ยิ่งเหมือนร้อนตัว แก้ตัว
หรืออยากจะบอกอะไรใคร ก็มีแต่จะโดนหาว่า ทำตัวเป็นคนวงในไปซะอีก
ไหนจะโดนกดดันจากแหล่งข่าวอย่างนั้นอย่างนี้
ต่อให้อยากจะพูดจะบอกอะไรแค่ไหน ก็มีแต่เสียกับเสียอย่างเดียว

อย่างนี้ต้องเอาเพลงแซนแบงก์มาร้อง
"พูดก็ไม่ดี เงียบก็ไม่ดี อะไรว๊า..." (ตลกทำไม)

 


วันนี้นั่งดูรายการพาไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วก็ โอ้ว... ปีนี้จะมีสิทธิ์ได้ไปกับเค้ามั้ย
(พี่อ้อยบอกว่า แกก็เก็บตังค์สิ)
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่น่าประทับใจตรงอาหารอร่อยเนี่ยแหละ
เพราะเรามันเป็นพวกไม่ช้อปปิ้งอยู่แล้ว
พวกเครื่องบำรุงผิวอะไรแบบนี้มีเยอะนะ แต่ก็ไม่เคยมีโอกาสไปซื้อซักที
เสื้อผ้าก็ไม่ใช่ไซส์ตัวเองอีกตะหาก
สรุปแล้วไปทีไรก็เสียเงินไปกับเรื่องกินอย่างเดียว

แต่ความจริง เรามีโครงการจะซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ในห้องมากกว่า
ถ้าเก็บเงินได้จริงจังก็อยากทำห้องใหม่ให้มันน่าอยู่กว่านี้
เอาเหอะ วาดฝันไปก่อน


BYE BYE my boy

จากไปไกล ใจก็คิดถึง
โอ้ว... น้ำเน่าสิ้นดี

แต่ก็คิดถึงจริงๆนะเนี่ย

จะไม่ให้คิดถึงยังไงไหว ร่ำลาทิ้งไว้ซะน่ารักขนาดนี้

ต้องขอย้อนไปเมื่อวันก่อน
ไปส่งน้องที่สนามบิน
ก็เป็นอะไรที่กล้าๆกลัวๆ ถอยๆเข้าๆอยู่หลายรอบ
จนได้รูปเดี่ยวมองกล้องมาคนละรูป

ตอนเข้าไปขอกอล์ฟถ่าย พอถ่ายรูปแรกเสร็จ
กอล์ฟก็มาจับกล้องแล้วขอดูรูป
พอเปิดให้ดูเสร็จ กอล์ฟบอกว่า "หน้าตายได้อีกอ่ะ"
กอล์ฟก็เลยให้ถ่ายใหม่ ทำท่าเท่สุดๆ
แล้วก็ถ่ายรูปคู่กันปาย ยกเว้นตากล้อง (คือดิชั้นเอง)
ถ่ายเสร็จมีการหันมาถามว่าเดี๋ยวกอล์ฟไปเปลี่ยนเสื้อถ่ายอีกมั้ย
เหอๆ... ไม่เป็นไรจ้ะ แค่นี้ก็เกรงใจแย่แล้ว

พอไปหาไมค์ ก็โบกมือแล้วชี้ที่กล้อง
ไมค์ ก็โบกมือกลับ แล้วก็ หือ หา แบบเอ่อ..จะไม่ให้ถ่ายหรือจะแกล้ง งง
แต่ก็ให้ดันพี่วิเข้าไปถ่ายรูปคู่กับไมค์ เพราะพี่วิไม่เคยถ่ายเลย
แล้วเราก็ไม่ได้ถ่าย เกรงใจว่ะ แบบเกรงใจมากอ่ะ

จากนั้นก็เฝ้าดูน้องจนน้องเช็คอิน
พอจะไปกันจริงๆแล้ว กอล์ฟไมค์ก็หันมาบ๊ายบาย
กอล์ฟส่งจูบแถมให้อีกตะหาก ตายหมู่...

ขอบคุณจริงๆ น่ารักกันมากๆ
ขอให้ไปทำงานอย่างมีความสุขนะสุดหล่อทั้งสองคน

ป.ล. เต็มใจทำให้เสมอนะกอล์ฟ จุ๊บๆ...

 

ทีนี้ เมื่อวานไปมหิดลมา สถานที่กว้างขวาง อากาศดีน่าเรียนทีเดียวเชียว
ลองหาทางเรียนโทดีมั้ยหนอ ฮ่าๆๆ
คิดไปงั้นแหละ ไม่มีปัญญาว่ะ

เห็นเด็กนักศึกษาแล้วก็ อืม...ตูแก่แล้วแหะ
จริงๆ เมื่อวานน้องไมค์ต้องไปเรียนนี่นา แต่ก็ไปทำงานเนาะ
กลับมาจะเรียนทันมั้ยเนี่ย

จากมหิดลก็ไป RIS ต่อ
จะบอกว่า ถ้ามีลูกหลานก็คงอยากให้เรียนที่นี่นะ (เสียอย่าง ไกลไปหน่อย)
เพราะว่ามีสนามเยอะมาก กิจกรรมเยอะมาก
มันทำให้เด็กมีทางเลือก แล้วก็รู้ว่าตัวเองสนใจอะไรมากขึ้น
บางทีการเรียนไปเรื่อยๆตามหลักสูตร
พอเรียนไม่ได้ดี ก็โดนมองว่าเป็นเด็กเรียนไม่เก่ง
แต่ความจริงอาจจะมีความสนใจด้านใดด้านหนึงเป็นพิเศษและทำได้เก่งก็ได้

เอาเหอะ ว่าแต่ชีวิตนี้จะได้มีลูกกับเค้าเหรอ ฮ่าๆ

Hate that I love you

 

เมื่อวานไปตึก รู้สึกรำลึกอดีตมาก
ไม่ได้ไปรอน้องตอนกลางคืนแบบนี้มานานโขแล้ว
ตอนแรกเจอกลุ่มน้องเปีย แต่ก็กลับกันก่อน
รอซักพัก ไมค์เดินลงมา
จะบอกว่าไม่รู้ตัวเองมีเรดาร์ หรือว่าน้องเด่นกันแน่
ลงมาพร้อมคนมากมายแต่ก็เตะตามากๆ
ไมค์เลี้ยวมาเข้าห้องน้ำก็เลยไปยืนรอ
พอออกมาก็ขอถ่ายรูป แล้วก็คุยๆ
จบก็ถามว่ากลับแล้วเหรอ ไมค์บอกว่าไปแล้วเดี๋ยวกลับมา

พอไมค์ออกไป ก็นั่งรอกอล์ฟ รอไปเป็นชั่วโมงแต่ก็กลับก่อน
คือ รู้แล้วว่ากอล์ฟจะเลิกดึก เลยกลับก่อนดีกว่า

ระหว่างที่รอกอล์ฟก็นั่งคุยกับพี่อ้อยว่า "ชั้นมาทำอะไรที่นี่~"
จริงๆนะ บ้าหรือเปล่าเนี่ยตู
โทรไปคุยกับพี่เล็ก พี่เล็กบอกว่า กลับบ้านเถ๊อะ ทำอย่างกับไม่เคยเห็นไปได้
อย่างฮาอ่ะ

ตอนไปขอไมค์ถ่ายรูป ไมค์ตอบว่า "ได้ฮะ" อย่างน่ารัก
แต่ก็รู้สึกขำตัวเองในใจว่าทำบ้าอะไรเนี่ยยยย

ขากลับจากตึก นั่งคุยกับพี่อ้อยว่าทำไมชั้นถึงรักเด็กสามคนนี้จังวะ
สามคนครับ รวมหญิงไปด้วยอีกคน
ที่กลับบ้านนี่ต้องบอกว่า "เราต้องรักตัวเองให้มากเท่ากับรักน้องนะ"
ขืนรออยู่อาจจะตายได้เพราะว่าเหนื่อยเกิ๊น
แต่จะว่าไป ไอ้ที่เคยรอจนตีสอง ตื่นไปเรียนหกโมงอะไรแบบนี้ก็ทำมาแล้ว
ตอนนี้ทำแบบนั้นไม่ไหวแล้ว แก่ตัวลง ทำงานก็เหนื่อยกว่าเรียนด้วย
เอาเหอะ พูดถึงการทำงาน ที่ทำอยู่นี่ก็ไม่ได้ทำเพื่อตัวเองเลยว่ะ

ต้องร้องเพลงของ Lihanna (ใช่มั้ยกอล์ฟ)
Hate how much I love you, boy...

 

ZEED AWARDS 3rd

จะบอกว่า วันนี้เกิดอารมณ์เศร้าสุดขีด กับดีใจสุดโก่งในช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมง
คือ ตอนแรกเข้าไปในงานซี๊ดแล้วเห็นว่าสามารถยืนได้ใกล้น้องขนาดไหน
แล้วน้องหยุดให้ถ่ายรูปนานเท่าไหร่
แต่ แต่ แต่ ตูไม่มีกล้อง จะบ้าาาาาาา
เสียใจมาก บ่นกับพี่ปูไปเยอะมาก
พยายามปลอบใจตัวเองว่า ถ้าเอามาก็คงจะชื้นเพราะฝน ไม่เอามาดีแล้ว

ยังไงก็ตาม น้องหล่อมากอ่ะวันนี้ ชุดขาว ผมหล่อ เพอร์เฟค
แต่แค่มาร่วมงานเฉยๆ เพราะมีชื่อเข้าชิง ไม่ได้แสดง

เราก็ยืนดูจนเกือบจบงาน เรียกว่ายืนจนตะคริวกินนิ้วเท้าแทบตาย
ขอบคุณหมูกับพี่จุ๊บมากๆเลยที่ยืนอยู่ด้วยกัน
ยืนอยู่หลังสุดเลยแหละ เห็นศิลปินตัวเล็กเท่ามด
แต่ก็สนุกมากๆนะ เพลงที่เราชอบทั้งน้าน

ผ่านไปสองชั่วโมงเห็นน้องเดินมาตรงทางเดินก็เลยวิ่งไปจะขอจับมือแต่ว่าไม่ทัน
ก็เลยพากันวิ่งกับหมูกับพี่จุ๊บลงไปข้างล่าง
ลงมาเสร็จ ยืนรอ วิ่งไปวิ่งมาอีกระลอก เล่นเอาจุก
แต่พอเดินกลับมาที่เดิม น้องขึ้นรถตู้ไปเรียบร้อยแล้ว
ตอนแรกก็เสียดายว่าถ้ายืนที่เดิมก็ได้เจอเต็มๆ ไม่น่าวิ่งไปที่อื่นเลย
รถตู้ผ่านหน้าไป ไมค์เปิดผ้าม่านมา แต่ก็ไม่ทันได้มองกัน
คิดว่าจะแห้วกลับบ้าน
ที่ไหนได้ รถชะลอ แล้วไมค์ก็เปิดหน้าต่าง ยื่นมือมาโบกให้ สุดแขนเลยอ่ะ
จำได้ลางๆว่าตัวเองตะโกนออกไปว่า "บ๊ายยยย บายยยยยย" เสียงสูงปรี๊ด
สติแตกทีไร เสียงสูงควบคุมไม่ได้ทุกทีเลย

โอย.... น่ารัก ไม่ไหว คือ ยิ้มหุบไม่ได้ อยากจะบ้า
แรกๆ บ้าเพราะว่าเสียใจ แต่ขากลับดันบ้าเพราะดีใจสุดๆ
ขอบคุณ ไม่รู้จะรู้สึกขอบคุณไมค์ยังไง
ที่ทำให้การฝ่าฝนมาครั้งนี้ได้ความอิ่มอกอิ่มใจกลับบ้านไป
จริงๆ มาก็หวังจะมากรี๊ดให้สุดเสียงตอนที่ชื่อน้องประกาศเข้าชิงรางวัล
คิดไว้แค่นั้นจริงๆ
ถ้าจะเสียใจคือตัวเองไม่ยอมเอากล้องมา
แต่ก็ไม่ได้คิดว่าน้องจะต้องเห็นหรือว่าจะต้องได้เจอใกล้ๆ

เฮ้อ...
ว่าแต่ชั้นจะเครซี่เด็กผู้ชายคนนี้ไปถึงไหนวะ ดูไม่มีลิมิตเลย ฮ่าๆๆๆ

จะว่าไปงานนี้คนส่วนใหญ่ก็คงไปดู FT
แต่เราว่า แฟนคลับกอล์ฟไมค์นี่น่ารักสุดแล้วล่ะ
ถือป้ายกันเยอะมาก
ไม่ได้จะอะไรหรอกนะ มองไปแล้วป้ายจะมีอยู่ไม่กี่ศิลปิน
แล้วถ้าไม่นับ FT กอล์ฟไมค์ก็คงจะเยอะที่สุด
คิดว่าน้องเองก็คงจะเห็น แล้วก็คงจะรักแฟนคลับเหมือนกับที่แฟนคลับรักน้องนะ

บทเรียนที่ได้จากงานนี้คือ ติดกล้องไว้เสมอ (^^")

 

ว่าแต่จะไม่สบายในเร็ววันนี้มั้ยเนี่ยตู เล่นตากฝนทู้กวัน

 

ป.ล. เฮ้ย ชอบอันนี้อ่ะ
รูปชั้นถ่ายเหรอเนี่ย สวยงาม ฮ่าๆ

Money Expo

 


คืนก่อนก่อนนู้นปวดหัวมาก คิดว่าเป็นเพราะแพ๊คของล็อตใหญ่ที่ทำงาน
ก้มๆเงยๆ อยู่หลายรอบกับอากาศร้อนมากๆ ก็เลยมึน
ความปวดก็ล่วงเลยมาอีกหนึ่งวัน
วันนั้นคนขับรถส่งของที่บริษัทเข้ารพ.
เราก็เลยต้องออกไปกับรถรับจ้างข้างนอกเพื่อไปส่งของด้วย
โอ้โห... อากาศร้อน รถขับมึน
กลับมาประชุมกับเจ้านายต่อ
หลังจากนั้นก็เคลียร์งานจนถึงสองทุ่ม
เรียกว่าแทบกระอักเลือดอ่ะ
มาถึงที่ทำงานพี่อ้อยบอกขอถุงพลาสติกมาเตรียมไว้ด้วยนะ จะอาเจียนอยู่แล้ว
กลับบ้านปุ๊บ อาบน้ำ กินยาคลายกล้ามเนื้อแล้วคร่อกเลย

ตอนนั่งรถกลับก็เลยโทรไปลาเจ้านายบอกว่าพรุ่งนี้หนูไม่มาทำงานนะคะ
ป่วยอย่างแรง กลับบ้านไปถ้ากินยาก็สลบอ่ะ

ตื่นมาตอนบ่ายโมงกว่า แล้วก็รีบๆๆแต่งตัวอาบน้ำออกไปดูน้องที่งาน Money Expo
ไปสายอ่ะ น้องร้องไปแล้วสองเพลง
แต่ที่ต๊กกะใจคือ เจอเจ้านาย หุหุ หลบแทบไม่ทัน
เพิ่งลาว่าหนูป่วยค่ะ แต่ดันมาดูกอล์ฟไมค์ (-__-")

งานนี้พี่อ้อยไม่มีปัญญาถ่ายรูปนะคะ เพราะว่าขาดเก้าอี้น้อย
เราก็เลยถ่าย ตอนแรกก็ไม่ชินกับกล้องหรอก เพิ่งจะได้ใช้ครั้งแรก
ไปๆมาๆก็ได้รูปมาอย่างที่เห็น ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ งานหน้าเอาใหม่

ว่าแต่นะ ก็เคืองธนาคารกรุงเทพอยู่นิดหน่อย
เข้าใจก็เข้าใจอยู่หรอก
พอเค้ามาไล่ ก็เลยบอกเค้าว่า ก็ช่วยให้พนักงานพี่ที่ยืนดูกอล์ฟไมค์อยู่ขยับออกไปสิคะ
คนอื่นๆที่เข้ามาดูจะได้มีพื้นที่เพิ่มขึ้น
เค้าก็ไปเรียกพนักงานเค้าออกให้
ความจริงไม่ได้อยากทำแบบนี้หรอกนะ แต่เล่นไล่ไม่ยอมหยุดก็ไม่ไหวเหมือนกัน
ขอความเห็นใจนิดเดียว เล่นแป๊บเดียวก็ไปแล้ว

เอาเป็นว่าคอนเสิร์ตเกิดอะไรขึ้นบ้างไม่ค่อยรู้เลยอ่ะ
เพราะถ่ายรูปอย่างเดียว รู้แต่ว่าน้องหล่อ ฮ่าๆ

เสร็จงาน น้องๆโทรมาบอกพี่ปูว่าน้องเข้าตึก
ก็เลยค่อยๆเดินไปรถ ค่อยๆขับไปตึก
คือ อารมณ์จะไปเอาป้ายไฟกับเก้าอี้คืนจากน้องๆ ไม่ได้คิดว่าจะไปเจอกอล์ฟไมค์
พอจะถึงปุ๋ยโทรมาบอกพี่ปูว่าน้องกลับแล้ว
ก็อ้าว แป่ว... แต่ไม่เป็นไร ไม่ได้คาดหวังอยู่แล้ว
พอจอดรถ ลงจากรถ เอ๊ะ รถน้าอ้วนนี่หว่า
แล้วพี่ปูก็บอกว่า น้องนะ... น้องมารถน้าอ้วน
เราก็อ้าว เหรอ ไม่รู้อ่ะ
ก็เลยไปด้อมๆมองๆ พี่อ้อยเดินไปหาน้าอ้วน
ตอนแรกคิดว่าน้องคงไม่ได้อยู่แล้วมั้ง แต่ก็จะไปทักทายน้าอ้วนซะหน่อย
สรุปว่าน้องยังอยู่ พี่อ้อยก็โบกมือเรียก เลยเดินไปกัน
พี่ๆก็คุยๆกับกอล์ฟ ถามว่ากินไอติมโมจิมั้ย
กอล์ฟก็ตอบรับ พูดประมาณว่าได้กินไอติมแล้ว อะไรซักอย่าง
พี่วิกับพี่ปูเลยวิ่งไปเอาไอติมโมจิที่รถ
แล้วก็วิ่งกลับมา
แต่ก่อนวิ่งไปอ่ะ ฮามาก กอล์ฟทักพี่ปูว่า ตัดผมเหรอ
พี่ปูไม่ได้ฟังเล้ยยยย บอกกอล์ฟว่า เดี๋ยวพี่ไปเอาไอติมโมจิ บลาบลา
สติอยู่ที่ไหนเนี่ยเวลาคุยกับน้อง
พอกอล์ฟกำลังจะลงจากรถ พี่อ้อยก็บอกว่าไปทักทายไมค์หน่อยสิ
เราก็ เอ่อ...ไม่กล้าว่ะ น้องใส่หูฟังสองข้างเลย
แต่พี่อ้อยก็ลุ้นๆ หาเรื่องคุยให้อีกแหน่ะ
ก็เลยเอาวะ เดินเข้าไป พอกอล์ฟลงจากรถ ก็เลยโบกมือให้ไมค์
ไมค์ก็โบกกลับ
ขอจับมือ แล้วก็ถามว่าเหนื่อยมั้ย
ไมค์ก็พยักหน้า แล้วก็ยิ้มแบบอ้อนๆ
ก็เลยบอกนั่นนี่ ไมค์ก็คุย ตอนแรกนึกว่าจะปฏิเสธ ที่ไหนได้ยกมือไหว้ขอบคุณ เหอ...
จบ... ปิดประตูรถตู้ไป
กอล์ฟก็บอกว่า เดี๋ยวกอล์ฟจะไปนี่ๆๆๆกับพี่แพร์
ก็เลยบ๊ายบายแล้วก็เดินขึ้นไปข้างบน

พี่อ้อยกับเราก็เสียใจไม่ได้โทรหาน้องๆ
แต่เรากับพี่อ้อยไม่ได้หยิบมือถือลงมาจากรถทั้งคู่อ่ะ
ขออภัยด้วยนะเด็กๆ

แต่สุดท้ายก็ยังได้อยู่เจอกอล์ฟเนาะ กอล์ฟทักเสื้อด้วยนี่นา

 

สรุปว่าเมื่อวานดวงจริงๆ แล้วน้องก็น่ารักม๊ากมาก
ไม่ได้ไปตึก ไม่ได้เจออารมณ์ที่ยืนคุยข้างรถตู้แบบนี้นานมากกกก
มาเจอแล้วน่ารักก็ดีใจมากๆเลยอ่ะ
ค่อยยังชั่วที่ตัดสินใจเข้าไปชวนคุย เหอๆ...

 

 

Driving Car

 

 

รีบมาอัพไดใหม่ หน้าที่แล้วดูเศร้าเกินไป(เหรอ)

เมื่อวานตอนกลับบ้านเจออุบ้ติเหตุ รถเสยขึ้นไปตรงคอทางขึ้นสะพาน
แล้วแบบว่าหงายท้องอยู่กลางสะพานเลยอ่ะ
ไม่ได้หมายความว่ารถตัวเองนะ แต่เห็นรถคนอื่น

วันที่ขับรถไปกลับสระแก้ว ไม่รู้ว่าตัวเองขับเป็นยังไงบ้าง
ถึงแม้จะดริฟไปหนึ่งที ฮ่าๆ แต่ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะว่าไม่อยากเหยียบเบรกแรงๆ
ไม่อยากให้คนนั่งในรถหน้าทิ่มอ่ะ
แล้วพี่อ้อยก็บอกว่าขับช้ามาก
ความจริงเราค่อนข้างจะกลัวนะ ขับไปไกล รถก็ไม่คุ้น แล้วคนนั่งก็เยอะ
มีความรู้สึกว่าปีนี้เป็นปีที่ซวย แล้วรถมันก็เบาม๊ากมาก
ไม่ได้โทษรถนะ แต่โทษที่ตัวเองตีนหนัก
ก็เลยค่อยๆขับ ขับอย่างช้า ต้องขออภัยๆพี่ๆที่ทำให้เสียเวลาด้วย
แต่อยากให้ปลอดภัยไว้ก่อน

ก็นั่นแหละ กลับมาเรื่องที่ว่าเห็นอุบัติเหตุ
มีความรู้สึกเศร้าใจ ประมาณว่า ชีวิตคนหนอ
นั่งเถียงกันกับพี่อ้อย โดนพี่อ้อยว่าว่าขับรถไม่ระวัง
แต่พี่อ้อยเป็นคนขับรถเร็วมากๆนะ แต่ก็ขับระวังกว่าเรา
เราก็เลยเถียงไปว่า ช้าแล้วไม่ระวังดีกว่าเร็วแล้วไม่ระวังนะเฟ้ย (ข้างๆคูๆ)
เรื่องรถนี่เป็นอะไรที่เรากลัวมากๆเลยอ่ะ
รู้สึกว่าแค่แวบเดียวเท่านั้นแหละที่เราคิดว่า ไปเล้ย แต่แค่กระพริบตา โครม...
ถ้าเกิดมีคนตายก็คงจะต้องคิดอยู่กับมันไปตลอดชีวิต

แต่ยังไงก็ชอบขับรถนะ ไม่รู้ทำไม
(จะว่าไปชอบขับรถคนอื่นมากกว่ารถพี่อ้อยว่ะ เพราะว่ามันแก่เต็มทนแล้ว ฮ่าๆ)


เอ้อเฮ้ย เห็นรูปในหนังสือ KAZZ
ไม่อยากจะวิจารณ์มาก เดี๋ยวก็จะมีพวกที่...
ชอบหน้าน้องที่ทำหน้าแบดบอยแอบเอ็กซ์อยู่หรอกนะ
แต่เอาเป็นว่าส่วนที่เราไม่ชอบแปลว่าเราไม่ชอบ ไม่ได้บอกว่าไม่ดีนะ
ไม่ชอบตรงการปรับสีรูปจนน้องหน้าซีดปากซีด
แล้วก็การที่เอาปกน้องยกแขนในเสื้อกล้ามเนี่ย โอ้ว...มันเหมือนหนังสือโฆษณาฟิตเนส

เอาเหอะ แต่ยังไงน้องก็ยังหล่ออยู่
แต่พี่ก็กลัวกล้ามพ่อคุณจริงๆอ่ะ


อะไรว๊า...

 

เวลาจะได้อะไรมา ก็ย่อมต้องเสียอย่างอื่นไปเป็นของแลกเปลี่ยน
รู้สึกว่านับวันจะยิ่งได้สัจธรรมชีวิตมากขึ้น

เมื่อก่อนเคยเป็นคนที่ตั้งข้อสงสัยว่า
ทำไมเมื่อเราจะพูดความจริง จะต้องไปกลัวคนอื่นด้วย
แต่ตอนนี้ก็เริ่มเข้าใจ ว่าคนเราไม่ยอมรับรู้และเข้าใจอะไรที่มันเป็นความจริงเสมอไปหรอก
กับบางคนแล้ว พอไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองคิดว่าควรจะเป็น ก็ไม่ยอมรับซะงั้น

ทุกครั้งแหละ ที่อยากจะอธิบายสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น แต่มันไม่ง่าย
ถ้าพูดแล้วจบ ทุกคนเข้าใจเหมือนกัน ก็คงจะดี
แต่ยิ่งพูดอะไรไปก็ยิ่งเหมือนร้อนตัว แก้ตัว
หรืออยากจะบอกอะไรใคร ก็มีแต่จะโดนหาว่า ทำตัวเป็นคนวงในไปซะอีก
ไหนจะโดนกดดันจากแหล่งข่าวอย่างนั้นอย่างนี้
ต่อให้อยากจะพูดจะบอกอะไรแค่ไหน ก็มีแต่เสียกับเสียอย่างเดียว

อย่างนี้ต้องเอาเพลงแซนแบงก์มาร้อง
"พูดก็ไม่ดี เงียบก็ไม่ดี อะไรว๊า..." (ตลกทำไม)

 


วันนี้นั่งดูรายการพาไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วก็ โอ้ว... ปีนี้จะมีสิทธิ์ได้ไปกับเค้ามั้ย
(พี่อ้อยบอกว่า แกก็เก็บตังค์สิ)
ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่น่าประทับใจตรงอาหารอร่อยเนี่ยแหละ
เพราะเรามันเป็นพวกไม่ช้อปปิ้งอยู่แล้ว
พวกเครื่องบำรุงผิวอะไรแบบนี้มีเยอะนะ แต่ก็ไม่เคยมีโอกาสไปซื้อซักที
เสื้อผ้าก็ไม่ใช่ไซส์ตัวเองอีกตะหาก
สรุปแล้วไปทีไรก็เสียเงินไปกับเรื่องกินอย่างเดียว

แต่ความจริง เรามีโครงการจะซื้อเฟอร์นิเจอร์ใหม่ในห้องมากกว่า
ถ้าเก็บเงินได้จริงจังก็อยากทำห้องใหม่ให้มั